Sharisma รีวิว: อาหารเสริมชงดื่มที่เน้น เทโลเมียร์ + Antioxidant ดีจริงไหม?
⚠️ Affiliate Disclosure: บทความนี้มีลิงก์ affiliate จาก Shopee หากคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ในบทความ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากคุณ ความคิดเห็นและการประเมินผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นของเราเองอย่างอิสระ
ถ้าเคยสังเกตตัวเองในช่วงอายุที่เพิ่มมากขึ้นว่า… ล้าง่ายกว่าเดิม ผิวไม่ค่อยเด้ง หรือรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ค่อยซ่อมแซมตัวเองได้เร็วเท่าเก่า — นั่นไม่ใช่แค่ความรู้สึกค่ะ แต่อาจเป็นสัญญาณที่เซลล์ในร่างกายกำลังบอกอะไรบางอย่างกับคุณอยู่
ในยุคที่ Longevity กลายเป็นเทรนด์สุขภาพอันดับต้นของปี 2026 อาหารเสริมหลายตัวพยายามตอบโจทย์นี้ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังวนอยู่กับคอลลาเจนทั่วไปหรือวิตามินซีเก่าๆ ที่คุ้นหน้ากันดี Sharisma จากแบรนด์ Sharich Health แตกต่างออกไปตรงที่ใส่ Telos95 เข้ามา — ส่วนผสมที่ตั้งใจจะทำงานในระดับ DNA โดยตรงค่ะ
จุดเริ่มต้นของ Sharisma
เรารู้จัก Sharisma ครั้งแรกจากคุณขวัญ หรือ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ Founder และ CEO ของ Sharich Health จุดเริ่มต้นของ Sharisma มาจากการค้นคว้าและคัดสรรส่วนประกอบที่ดีที่สุดในโลก เพื่อนำมาผลิตให้กับตนเองและครอบครัวได้ทานกัน ไม่ใช่แค่ผลิตเพื่อขาย แต่ผลิตเพื่อให้ตัวเองได้ทานกันก่อน — และนั่นเองที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ Sharich Health น่าเชื่อถือในแบบที่ไม่ใช่แค่การตลาดค่ะ
Sharisma คืออะไร?
Sharisma เป็นอาหารเสริมชงดื่มจากแบรนด์ Sharich Health ที่นำเข้าส่วนผสมหลักจาก USA, ญี่ปุ่น และเกาหลี มาผสมรวมกันในซองเดียว จุดขายหลักคือการ ทำงานในระดับเซลล์ ไม่ใช่แค่บำรุงผิวภายนอก
รูปแบบ: ผงชงดื่ม | วันละ 1–2 ซอง | ละลายน้ำอุณหภูมิห้อง 150 มล.
5 ส่วนผสมหลัก: แต่ละตัวทำอะไร?
1. Telos95 — หัวใจหลักของ Sharisma
นี่คือส่วนผสมที่ทำให้ Sharisma แตกต่างจากอาหารเสริมอื่นชัดเจนที่สุดค่ะ
Telos95 คือสารสกัดจากพืชที่พัฒนาขึ้นโดยอ้างอิงงานวิจัยด้านเทโลเมียร์ — ส่วนปลายของโครโมโซมที่ทำหน้าที่ปกป้อง DNA เมื่อเทโลเมียร์สั้นลง ร่างกายจะเสื่อมเร็วขึ้น และความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ ก็สูงขึ้นตาม
งานวิจัยที่ Sharich Health อ้างอิงระบุว่า การทาน Telos95 ในขนาด 2 โดส/วัน ต่อเนื่อง 6 เดือน อาจช่วยลดอายุเซลล์ได้ถึง 8.5 ปี โดยทดสอบผ่านห้องปฏิบัติการมาตรฐาน US CLIA ของสหรัฐอเมริกา ปริมาณในสูตรอยู่ที่ 95 มก./ซอง ซึ่งตรงตามที่ใช้ในการศึกษาค่ะ
หมายเหตุ: งานวิจัยด้านเทโลเมียร์ยังอยู่ในช่วงพัฒนา ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และยังไม่ถือเป็น medical claim
สำหรับใครที่อยากเข้าใจเรื่องเทโลเมียร์มากขึ้น ลองอ่านบทความ เทโลเมียร์คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญกับการมีอายุยืน ได้เลยนะคะ
2. Astaxanthin (AstaReal®) — ราชาของสารต้านอนุมูลอิสระ
Astaxanthin จากแบรนด์ AstaReal ญี่ปุ่น ถือเป็นแหล่ง Astaxanthin ที่ได้รับการวิจัยมากที่สุดในโลก ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของมันสูงกว่าวิตามินซีอย่างมีนัยสำคัญ ตามงานวิจัยที่เผยแพร่ใน Journal of Natural Science ใน Sharisma ใส่ไว้ที่ 3 มก. ซึ่งใกล้เคียงกับขนาดที่งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ในการศึกษา
แล้ว Astaxanthin เกี่ยวอะไรกับเทโลเมียร์? Oxidative stress คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่เร่งให้เทโลเมียร์สั้นลงค่ะ การต้าน oxidative stress ได้ดีจึงช่วยชะลอกระบวนการนี้ไปโดยปริยาย — เหมือนเป็นเกราะป้องกันให้ Telos95 ทำงานได้เต็มที่มากขึ้น
3. Wellnex™ — Collagen Dipeptide จากญี่ปุ่น
ไม่ใช่คอลลาเจนทั่วไปนะคะ Wellnex™ เป็น Pure Collagen Dipeptide ที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้งานได้เร็วกว่าคอลลาเจน Peptide แบบปกติตามข้อมูลของผู้ผลิต ปริมาณ 2.5 กรัม ช่วยบำรุงได้ทั้งผิว เส้นผม เล็บ ข้อต่อ และกระดูก — ครอบคลุมกว่าที่คิดค่ะ
4. Beauty Oligo (GOS) — Prebiotic จากเกาหลี
Galacto-oligosaccharides หรือ GOS คือ Prebiotic ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับน้ำนมแม่ ทำหน้าที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารอื่นๆ รวมถึง Telos95 ด้วย งานวิจัยด้านผิวพรรณยังพบว่า GOS มีส่วนช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นอีกด้วยค่ะ
5. Mito Active — สารสกัดเบอร์รีจากเดนมาร์ก
สารสกัดจากเบอร์รีสายพันธุ์พิเศษจากเดนมาร์ก อุดมด้วย Polyphenol ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในระดับเซลล์ เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ และลดอาการที่เกิดจากกรดแลคติก ปริมาณ 840 มก.ค่ะ
6. Cyanthox™ — กระตุ้นสเต็มเซลล์ระดับเซลล์
Cyanthox™ คือส่วนผสม patented ที่สกัดจาก C-Phycocyanin ซึ่งเป็นสารสีน้ำเงินที่ได้จากสาหร่ายสไปรูลินา (Spirulina) หนึ่งในแหล่ง phytonutrient ที่ทรงพลังที่สุดในธรรมชาติ จุดเด่นของ Cyanthox™ คือความสามารถในการทำงานระดับ stem cell โดยตรง
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Aging and Disease ปี 2023 (Liu และคณะ) พบว่า C-Phycocyanin ช่วยลดการ senescence ของ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) เพิ่มการแบ่งตัว และกระตุ้นความสามารถในการสร้างกระดูกและไขมันของสเต็มเซลล์ในร่างกาย ผ่านกลไก autophagy ตาม PI3K/AKT/mTOR pathway นอกจากนี้ยังลด oxidative stress markers อย่าง ROS และ MDA ได้อย่างมีนัยสำคัญค่ะ
พูดง่ายๆ คือ Cyanthox™ ช่วยให้ stem cell ที่เริ่มแก่ลงในร่างกายกลับมาทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น — ซึ่งเป็นพื้นฐานของการฟื้นฟูเนื้อเยื่อในระยะยาวค่ะ
7. RiaGev™ — NAD+ Booster เติมพลังงานให้ไมโตคอนเดรีย
RiaGev™ คือส่วนผสม patented ที่ทำหน้าที่เป็น NAD+ Booster — ช่วยเพิ่มระดับ Nicotinamide Adenine Dinucleotide (NAD+) ในเซลล์ ซึ่งเป็นโมเลกุลพลังงานพื้นฐานที่ทุกเซลล์ในร่างกายต้องใช้ในการซ่อมแซม DNA, ผลิตพลังงาน และรักษาสมดุลของเซลล์
ปัญหาคือ ระดับ NAD+ ในร่างกายลดลงตามอายุอย่างชัดเจน งานวิจัย Review ของ Reiten และคณะ ปี 2021 ที่ตีพิมพ์ใน Mechanisms of Ageing and Development สรุปว่า NAD+ precursors อย่าง NR และ NMN มีศักยภาพในการยืด healthspan ชะลอโรคที่เกิดจากความชรา และฟื้นฟูการทำงานของไมโตคอนเดรียได้ทั้งในการศึกษา preclinical และในมนุษย์
เมื่อ NAD+ สูงขึ้น เซลล์จะมีพลังงานเพียงพอในการซ่อมแซม DNA ที่เสียหาย — ซึ่งเชื่อมตรงกับการปกป้องเทโลเมียร์ของ Telos95® และการลด oxidative stress ของ AstaReal® อีกด้วยค่ะ
ภาพรวม: ทำไม Sharisma ถึงน่าสนใจในบริบทปี 2026?
มองผ่านเลนส์ของ Longevity และ Healthspan ซึ่งเป็นเทรนด์สุขภาพหลักของปีนี้ Sharisma ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยตรงค่ะ ไม่ได้แค่เน้นผิวสวยแบบ surface level แต่พยายามทำงานตั้งแต่ระดับ DNA ผ่าน Telos95 ไปถึงระบบลำไส้ผ่าน GOS และระดับพลังงานเซลล์ผ่าน Mito Active
| ส่วนผสม | ทำงานที่ระดับ | ผลที่คาดหวัง |
|---|---|---|
| Cyanthox™ | สเต็มเซลล์ (MSCs) | กระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ชะลอ cell senescence |
| Telos95® | DNA / เทโลเมียร์ | ชะลอความเสื่อมของเซลล์ |
| RiaGev™ | ไมโตคอนเดรีย / NAD+ | เพิ่มพลังงานเซลล์ ซ่อมแซม DNA |
| AstaReal® Astaxanthin | เซลล์ทั่วร่างกาย | ต้าน Oxidative stress |
| Wellnex™ Collagen Dipeptide | ผิว / กระดูก / ข้อ | ความยืดหยุ่น ฟื้นฟูโครงสร้าง |
| Beauty Oligo (GOS) | ลำไส้ / ระบบภูมิคุ้มกัน | การดูดซึม + ผิวอ่อนเยาว์ |
| Mito Active | ไมโตคอนเดรีย / กล้ามเนื้อ | พลังงาน ความทนทาน |
ใครเหมาะกับ Sharisma?
จากส่วนผสมและ positioning ของสินค้า Sharisma น่าจะเหมาะที่สุดกับคนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่เริ่มสังเกตว่าร่างกายฟื้นตัวช้าลง หรือคนที่สนใจดูแล Healthspan ในระยะยาว ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์เร็วๆ ในเดือนแรก
ถ้าคุณไม่อยากกินอาหารเสริมหลายตัว สูตร all-in-one แบบนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีค่ะ โดยเฉพาะถ้าสนใจเรื่อง Biological Age และอยากติดตามว่าเซลล์ตัวเองอยู่ในสภาพไหน
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการเห็นผลภายนอกเร็วๆ ในสัปดาห์แรก สูตรนี้อาจไม่ใช่คำตอบที่ใช่ เพราะมันเน้นการทำงานระยะยาวมากกว่าค่ะ
ข้อพิจารณาก่อนตัดสินใจ
ทุกครั้งที่ดูอาหารเสริม คำถามที่ควรถามก่อนเลยคือ “ส่วนผสมนี้มีงานวิจัยรองรับไหม และปริมาณที่ใส่ตรงตามงานวิจัยไหม?”
ในกรณีของ Sharisma ส่วนผสมหลักอย่าง Telos95 และ AstaReal มีงานวิจัยรองรับ และปริมาณที่ระบุในสูตรใกล้เคียงกับที่ใช้ในการศึกษา — ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีค่ะ เพราะอาหารเสริมหลายตัวในท้องตลาดใส่ส่วนผสม premium ไว้บนฉลาก แต่ในปริมาณที่น้อยกว่างานวิจัยจนแทบไม่มีผล
ควรทาน Sharisma ร่วมกับพื้นฐานสุขภาพที่ดีด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับพอเพียง การออกกำลังกาย อาหารที่สมดุล และการดื่มน้ำที่ถูกต้อง ไม่มีอาหารเสริมใดทำงานได้ดีโดยไม่มีพื้นฐานเหล่านี้ค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Sharisma กินกี่ซองต่อวัน?
วันละ 1–2 ซอง ละลายกับน้ำ 150 มล. อุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็น ห้ามใช้น้ำร้อนเพราะอาจทำลายส่วนผสมบางตัวได้ค่ะ
Telos95 มีงานวิจัยจริงไหม?
มีการอ้างอิงงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการมาตรฐาน US CLIA ของสหรัฐอเมริกาค่ะ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยด้านเทโลเมียร์ยังคงอยู่ในช่วงพัฒนา จึงไม่ควรถือว่าเป็น medical claim หรือการรับประกันผลลัพธ์
ใครไม่ควรทาน Sharisma?
หากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอนะคะ
เห็นผลเมื่อไหร่?
ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ แต่สูตรที่เน้นระดับเซลล์อย่าง Telos95 มักถูกแนะนำให้ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 3–6 เดือนเพื่อประเมินผลได้ชัดเจน จากที่ได้ทาน Sharisma ต่อเนื่องมา 2-3 เดือน สังเกตว่าผิวพรรณมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นค่ะ
ซื้อที่ไหนได้บ้าง?
สอบถามได้ที่ Sharich Health ผ่านช่องทางทางการค่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ sharichhealth.com
สั่งซื้อสินค้าได้ที่ Shopee:
สรุป
ถ้าคุณกำลังมองหาอาหารเสริมที่ไม่ได้แค่บำรุงผิว แต่ต้องการทำงานในระดับ DNA และชะลอความเสื่อมของเซลล์ Sharisma เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและมีส่วนผสมที่ premium จริงค่ะ
สิ่งที่โดดเด่นคือ Telos95 ที่แทบไม่ค่อยมีในอาหารเสริมทั่วไป บวกกับ AstaReal Astaxanthin ที่เป็น brand ผู้ผลิตต้นทางจากญี่ปุ่น ทำให้สูตรนี้มีความน่าเชื่อถือในแง่ของ ingredient quality
เช่นเดียวกับอาหารเสริมทุกประเภท มันทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของ lifestyle ที่ดี ไม่ใช่ตัวแทนของมัน — และนั่นคือหัวใจของการดูแลสุขภาพจริงๆ ค่ะ
งานวิจัยและแหล่งอ้างอิง
- Blackburn, E.H., & Epel, E.S. (2017). The Telomere Effect. Grand Central Publishing.
- Nishida, Y., et al. (2007). Quenching activities of common hydrophilic and lipophilic antioxidants against singlet oxygen using chemiluminescence detection system. Carotenoid Science, 11, 16–20. [AstaReal Research]
- Iwai, K., et al. (2005). Identification of food-derived collagen peptides in human blood after oral ingestion of gelatin hydrolysates. Journal of Agricultural and Food Chemistry, 53(16), 6531–6536.
- Liu, G., et al. (2023). C-Phycocyanin Ameliorates the Senescence of Mesenchymal Stem Cells through ZDHHC5-Mediated Autophagy via PI3K/AKT/mTOR Pathway. Aging and Disease, 14(4), 1425–1440.
- Reiten, O.K., et al. (2021). Preclinical and clinical evidence of NAD+ precursors in health, disease, and ageing. Mechanisms of Ageing and Development, 199, 111567.
- WHO. (2024). Healthy ageing. https://www.who.int/health-topics/healthy-ageing
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีปัญหาสุขภาพ กรุณาปรึกษาแพทย์โดยตรงค่ะ






